หนังสือ เรื่องของ “น้ำพุ”

ปัญหายาเสพติดนั้นโดยเฉพาะในเหล่าเยาวชนทั้งหลายเรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่ได้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน หากจะกล่าวถึงหนึ่งในกรณีของหนังสือสอนใจที่มีชื่อเสียงที่สุด จนอาจารย์ในโรงเรียนมัธยมในหลายสถาบันศึกษาต่างหยิบขึ้นมาเพื่อให้นักเรียนได้ไปเรียบเรียงข้อมูลมาส่งหรือมาบอกเล่าเรื่องราวสรุปเนื้อหาภายในหนังสือนั้น ก็คือหนังสือ  เรื่องของ “น้ำพุ”

เรียกได้ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวที่ได้สอนใจใครหลายๆคนและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ไม่แปลกใจเลยที่เหล่าอาจารย์ในโรงเรียนมัธยมทั้งหลายจะหยิบยกหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาในการเรียนการสอนของรั้วมัธยมศึกษาซึ่งนักเรียนจะอยู่ในช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ และเริ่มที่มีความอยากรู้อยากลอง

          น้ำพุ เป็นชื่อเล่นของ วงศ์เมือง นันทขว้าง   เขานั้นเป็นบุตรชายของนักเขียนชื่อดังคือ สุวรรณี สุคนธา กับ อ.ทวี นันทขว้าง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ครอบครัวนันทขว้างเป็นครอบครัวที่มีชื่อเสียงในสังคมไทย เพราะทั้งบิดาและมารดาเองก็ต่างที่จะมีขื่อเสียงด้วยกันทั้งคู่ หากแต่ว่าบิดาและมารดาของเขาเองกับหย่าร้างกัน โดยน้ำพุนั้นมีพี่สาวและน้องสาวด้วยกันทั้งหมด 4 คน และมารดาของเขาเป็นคนรับผิดชอบเลี้ยงดูทั้งหมด  แต่เนื่องจากเธอนั้นมีชื่อเสียงจากการเขียนหนังสือเลี้ยงครอบครัวเธอจึงจำเป็นที่ต้องใช้เวลาจำนวนมากในการเขียนหนังสือ และเวลาที่มีให้ลูกนั้นย่อมที่จะน้อยลงตาม

          น้ำพุนั้นเริ่มต้นด้วยการสูบบุหรี่เพราความอยากลองของเขา ต่อมาก็ตามด้วยสารเสพติดประเภทอื่น เช่น กัญชา และก็ได้ไปติดสารเสพติดที่ร้ายแรงที่สุดอย่างเฮโรอีนในเวลาต่อมา ครอบครัวของน้ำพุนั้นไม่เคยได้ทราบเลย จนน้ำพุเริ่มที่จะพาเพื่อนที่แปลกๆเข้ามาในบ้านบ่อยครั้ง และพอน้ำพุนั้นรู้ว่าตนเองได้ติดยาเสียแล้วจึงได้ทำการสารภาพกับ นางสุวรรณี ผู้ที่เป็นมารดาพร้อมกับขอเงินจำนวน 300 บาทเพื่อที่จะทำการไปเลิกยาที่ถ่ำกระบอก สุวรรณีนั้นไม่ได้ติดตามเพื่อไปดูแลลูกของเธอเพราะต้องเข้ารับการผ่าตัด  ทำให้นำพุนั้นได้เดินทางไปบำบัดเพื่อเลิกยาที่ถ่ำกระบอกกับเพื่อนของเขา น้ำพุนั้นได้หยุดเรียนและทำการไปบำบัดอยู่นานพร้อมกับกลับมาด้วยท่าทีที่ดีขึ้น ทั้งกายและใจ ครอบครัวของเขาจึงต่างหวังว่าน้ำพุนั้นจะกลับมาเรียนหนังสือให้จบเสียที

          แต่แล้ววันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2517 น้ำพุได้ไปหาแม่กับสาวสวยคนหนึ่งที่โรงพิมพ์ เขาขอเงินเพื่อที่จะได้ไปจ่ายค่ากางเกงนักเรียน ก่อนเขาจะไปได้บอกลูกชายว่าอย่ากลับมืดนัก แต่น้ำพุนั้นไม่ได้กลับมืดพร้อมทั้งยังมาเปิดประตูให้มารดาที่กลับมาบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอีก แต่ใครจะไปรู้ว่านั้นคือโอกาสที่จะได้เห็นน้ำพุยังมีชีวิตอยู่เป้นครั้งสุดท้าย  เช้าวันรุ่งขึ้นนั้นคนใช้ในบ้านได้ไปเคาะประตูห้องของสุวรรณี เพื่อเรียกให้ไปดูลูกชาย สิ่งที่ผู้เป็นมารดาเห็นคือน้ำพุนั้นถอดเสื้อนอนหมดสติอยู่กลางห้อง หลังจากพาส่งรพ. แต่ไม่ทันน้ำพุได้จากไปเสียแล้ว ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลันซึ่งน่าจะเกิดจากการเสพเฮโรอีนเกินขนาด น้ำพุจากไปในวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น

          น้ำพุนั้นได้เขียนบันทึกช่วงเวลาที่ตนเองนั้นติดยาเสพติดไว้พอสมควรผู้เป็นมารดาจึงได้ทำการนำมาตีพิมพ์แจกในงานศพของเขา มารดาของเขา คือนางสาวสุวรรณีได้กล่าวว่า

 “มีคนถามข้าพเจ้าเสมอ หลังจากที่น้ำพุได้เสียชีวิตแล้วว่า เลี้ยงลูกอย่างไร ถึงได้ปล่อยให้ลูกนั้นติดเฮโรอีน ทำให้ต้องนิ่งและไม่อาจจะหาคำตอบได้ แต่ถ้าจะให้ตอบจริงๆแล้ว ก็จะต้องโทษตัวเองว่า เลี้ยงลูกไม่เป็น แล้วถ้าจะถามว่าเหตุใดที่ลูกชายได้สิ้นชีวิตไปแล้วเพราะยาเสพติด จึงเอาเรื่องมาเปิดเผยไม่ใช่เรื่องที่ดี น่าจะปกปิดเป็นความลับมากกว่า คำตอบตรงบรรทัดนี้มีอยู่ว่า เพราะไม่อยากให้ลูกคนอื่นๆต้องเสียชีวิตไปเพราะยาเสพติดอีก”