บทกวีจากทางพุทธทาสที่ยังใช้ได้ในยุค ไทยแลนด์ 4.0

หนังสือวรรณกรรม

แม้ว่าโลกของเราตอนนี้จะก้าวหน้าไปมากแค่ไหน หรือ ประเทศไทยเรากำลังเดินหน้าไปสู่ประเทศ 4.0 ตามที่หลายคนวาดฝันไว้ด้วยเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ แต่น่าแปลกที่บทกวีจากท่านพุทธทาสภิกขุที่ท่านได้แต่งไว้นานแล้วก็ยังสามารถหยิบมาสอนใจ เตือนใจ จรรโลงใจได้ อยู่เหมือนเดิม มีบทกวีไหนบ้าง เรามาทบทวนกันเพื่อจรรโลงใจตัวเอง

การมองคนอื่น

บทกวีบทแรก ท่านแต่งไว้ว่า เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่ เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู ส่วนที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเลย (ส่วนที่ต่อหาอ่านเอง) บทนี้ท่านต้องการแสดงธรรมเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันกับคนอื่นให้ฝึกตนเองหัดมองข้อดีของคนอื่นเป็นหลัก(แล้วจะจิตใจสบาย ไม่ทุกข์) พร้อมกับให้ยอมรับความจริงว่าคนเราทุกคนย่อมมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกัน

อย่าหัวร้อน

เชื่อว่าคนเราเกิดมาทุกคนไม่เคยมีใครไม่ถูกตำหนิ แต่หลายคนถูกตำหนิติเตียนแล้วอาจจะเกิดอาการ “หัวร้อน” ได้ เพราะงั้นลองไปอ่านบทกวีของท่านที่ชื่อว่า ได้ดีเพราะถูกด่า ที่ท่านกล่าวไว้ใจความว่า หากเราโดนด่า แต่เรารู้ว่ามันไม่เป็นความจริงก็อย่าไปเกรงกลัว แล้วเดี๋ยวคำด่านั้นมันก็จะเงียบไปเอง พร้อมกับให้เปลี่ยความคิดว่า เค้าด่าเพราะอิจฉาริษยา เรานั่นเอง

ความสุข

ความสุขของคนเรานั้นอยู่ที่ไหน คำถามนี่แม้ว่าจะเป็นคำถามง่ายๆแต่เชื่อเหอะว่า คำตอบไม่ง่ายอย่างที่คิดแน่นอน ใครก็ตามที่กำลังตั้งคำถามกับตัวเองว่า ความสุขของเราคืออะไร อยู่ที่ไหน เป็นยังไง ลองไปอ่านบทกวีนี้ดู แล้วเราจะเกิดปัญญาขึ้นมาด้วยตัวเองเลยว่า แท้จริงแล้วความสุขของเรามันอยู่ที่ตรงไหนกันแน่

ความอยาก

ต่อจากความสุข เชื่อว่ามนุษย์เรามีความอยากไม่สิ้นสุด อยากได้ อยากมี อยากสวย อยากหล่อ อยากรวย และอีกสารพัดความอยากที่เกิดขึ้นจากสิ่งเร้ารอบตัว หากเรานั่งลงแล้วใจเย็น หยิบบทกวีที่ชื่อว่า ความอยาก ของท่านมาอ่านกลับไปกลับมาสัก 2-3 รอบ ก็น่าจะเข้าใจได้ดีเลยว่าแท้จริงแล้ว เรามีความอยากมากแค่ไหน

บุญเป็นอะไร?

บทต่อไป เป็นบทที่เราอยากนำเสนอมาก ชื่อว่า บุญเป็นอะไร? บทนี้จะตอบคำถามชาวพุทธหลายคนที่ตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจการทำบุญอย่างถ่องแท้เลย คิดแต่ว่าทำบุญต้องทำให้แพง ให้ดูดีไว้ก่อน แท้จริงแล้ว บุญ ที่เราทำกันอยู่เป็นประจำนี่มันคืออะไรกันแน่ ท่านได้อธิบายไว้อย่างน่าสนใจแล้ว ลองไปหาอ่านกันได้