รางวัลซีไรต์สุดยอดรางวัลที่ควรคู่กับสุดยอดผลงาน

หนังสือวรรณกรรม

รางวัลซีไรต์ (S.E.A. Write) มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน มีการเริ่มต้นสำหรับการประกาศรางวัลนี้ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2522 เป็นรางวัลที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อทำการมอบให้กับบรรดานักเขียนและนักกวีทั้งหลายที่เป็นคนของ 10 ประเทศในกลุ่มอาเซียน งานเขียนที่จะได้รับรางวัลนี้ได้จะต้องเป็นงานเขียนที่มีคุณค่า มีความน่าสนใจ ได้รับการยอมรับอย่างงกว้างขวาง โดยงานเขียนที่ได้รับรางวัลตรงนี้ก็จะมีด้วยกันอยู่หลากหลายรูปแบบ อาทิ กวีนิพนธ์, เรื่องสั้น, นวนิยาย, ละครเวที, สารคดี หรืองานเขียนทางด้านศาสนาก็สามารถที่จะได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ได้เช่นเดียวกัน สำหรับคนไทยเองก็มีวรรณกรรมหลายๆ เรื่องที่มีดีจนคว้ารางวัลซีไรต์นี้มาครองได้สำเร็จ ลองมาดูตัวอย่างงานวรรณกรรมดีๆ ที่สามารถคว้ารางวัลนี้มาได้ว่ามีเรื่องอะไรที่น่าสนใจบ้าง
1. ลูกอีสาน – เป็นวรรณกรรมเรื่องแรกของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลซีไรต์ เขียนขึ้นโดยคำพูน บุญทวี เป็นนวนิยายที่เขียนขึ้นเพื่อสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอีสานไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อ ผ่านตัวละครที่ชื่อเด็กชายคูณ วรรณกรรมเรื่องนี้ยังบ่งบอกถึงสภาพแวดล้อมของธรรมชาติ คนอีสาน เพื่อแสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนของวิถีชีวิตอันเรียบง่าย เรียกว่าเป็นวรรณคดีที่สะท้อนความเป็นชาวอีสานได้อย่างยอดเยี่ยม
2. เพียงความเคลื่อนไหว – วรรณกรรมเรื่องที่ 2 ของไทยที่สามารถคว้ารางวัลซีไรต์มาได้ แต่งขึ้นโดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นร้อยกรองที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารช่วงปี พ.ศ. 2516 เป็นเรื่องที่กล่าวถึงเหตุการณ์ 14 ตุลา จากการที่นักศึกษาต่างก็เรียกร้องรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน เป็นการสื่อถึงความต้องการของสังคมที่ตีแผ่ได้อย่างเข้าใจ คำพูดในวรรณกรรมก็ค่อนข้างปลุกเร้าให้ดูน่าตื่นเต้น เกิดความคิดหลายๆ อย่างขึ้นในหัว
3. คำพิพากษา – แต่งขึ้นโดย ชาติ กอบจิตติ เนื้อเรื่องกล่าวถึงแนวความคิดของคนที่ค่อนข้างมีเงินที่เป็นปัจเจกบุคคล แต่กลับชอบถูกตกเหยื่อความเชื่อและคำพิพากษาที่เกิดขึ้นจากสังคม ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่านี่คือเรื่องจริงหรือไม่ ส่งผลให้เขาต้องเป็นคนที่โดดเดี่ยว อ้างว้าง เนื้อเรื่องพยายามเขียนให้เข้าใจถึงโลกที่คนต้องการจะอยู่ สุดท้ายเมื่อมันหลุดหนีไม่พ้นสิ่งที่ให้ตัวเองได้พบโลกใหม่คือความตาย
4. คนแคระ – ถือว่าเป็นวรรณกรรมยุคใหม่ถูกแต่งขึ้นโดย วิภาส ศรีทอง นำเสนอเรื่องราวในความเป็นจริงของปัจจุบัน ที่ถูกดำเนินไปอย่างไร้เหตุผล มีเพียงจิตใต้สำนึกเท่านั้นที่เป็นแรงผลักดัน เรื่องราวถูกสะท้อนให้เห็นถึงการขาดสติในการไตร่ตรองที่ดีของมนุษย์ สิ่งที่ทำลงไปจึงไร้ซึ่งศีลธรรมจรรยาบรรณ